วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Week 3 : Social Network กับนักเรียนและสังคมไทย



Social Network
( ภาพจาก :  https://plus.google.com/+Iconosquaremktgmedia/posts )

          วัสดีค่ะทุกคน  มาพบกับทิพย์คนเดิมอีกแล้วนะคะ วันนี้เราจะมาเสนอเรื่องเกี่ยวกับ Social  Network ค่ะ  แหม่อย่าทำหน้างงสิคะก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักกับความหมายของคำว่า  Social  Network  กันก่อนดีกว่า  

Social  Network  คืออะไร ?
          Social  Network   เรียกอีกอย่างว่า เครือข่ายสังคม (ชุมชนออนไลน์) เป็นรูปแบบของเว็บไซต์ ในการสร้างเครือข่ายสังคม สำหรับผู้ใช้งานในอินเทอร์เน็ต เขียนและอธิบายความสนใจ และกิจการที่ได้ทำ และเชื่อมโยงกับความสนใจและกิจกรรมของผู้อื่น ในบริการเครือข่ายสังคมมักจะประกอบไปด้วย การแช็ต ส่งข้อความ ส่งอีเมลล์ วิดีโอ เพลง อัปโหลดรูป บล็อก
          Social Network เป็นเครือข่ายความสัมพันธ์เสมือนที่ตอบสนองกับการสร้างสายสัมพันธ์ โยงใยให้เราได้เจอบุคคลที่คุยกันในเรื่องที่สนใจได้อย่างคอเดียวกัน เข้ากับเพื่อนของเขา สามารถสร้างสรรค์สังคมใหม่ๆให้กับทุกคน สามารถเชื่อมโยงการสื่อสารภายในองค์กร และภายนอกองค์กรเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอบสนองรูปแบบชีวิตของมนุษย์ยุคปัจจุบันนั่นเองครับ โดยภาพรวม Social Network เป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพในการสื่อสารกับองค์กรจากปากคำของเราเองได้เป็นอย่างดี ผู้บริหารองค์กรขนาดใหญ่จะสามารถสื่อสารกับคนในองค์กรของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องประสบปัญหาการบิดเบือนข้อความ หรือการสื่อสารที่ตกหล่นอีกต่อไป ครูอาจารย์สามารถให้แง่คิดหรือสิ่งละอันพันละน้อยแก่ลูกศิษย์ได้โดยไม่จำเป็นต้องรอให้พูดกันทีเดียวคราวละยาวๆ นักวิจัยอาจพบอะไรที่น่าสนใจแล้วสื่อสารให้รู้กันทุกคนในเครือข่ายเดียวกันได้ทันทีเพื่อให้ทีมรับรู้สิ่งน่าสนใจไปพร้อมๆกัน

( ภาพจาก :  https://sites.google.com/site/socialnetworkfc/social-network-khux-xari )


แล้วมันเกี่ยวกับเรายังไงกันนะ ?
         Social  Network จะว่าไม่เกี่ยวกับเราเลยก็ไม่ได้  จะว่าเกี่ยวกับเราทั้งหมดก็ไม่ใช่  แต่ว่าสำหรับทิพย์เอง  Social  Network  ก็แทบจะเป็นส่วนหนึ่งครึ่งชีวิตเลย  เบื่อๆก็ฟังเพลงหน่อย  ส่งงานก็อีเมล์หน่อย  ไหนจะแช๊ตถามงานการบ้านและนานาจิตตัง คือมันใช่มันได้มันโดนมากๆเลย  แต่ก็ไม่ถึงกับขาดไปแล้วจะตายกระวนกระวายนะ  


( ภาพจาก : http://onmilwaukee.com/myOMC/authors/jeffsherman/facebookbay.html )


แล้วถ้ากับสังคมไทยล่ะเกี่ยวกันยังไง ?
        ในปัจจุบันสื่อประเภทใหม่ที่เข้ามามีอิทธิพลกับสังคมไทยอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีชื่อว่า Social network ทุกคนคงสงสัยว่า Social network คืออะไร แล้วเข้ามีอิทธิพลอย่างไร อย่างที่ปรากฏในข่าวต่างๆ ในประเทศไทยพึ่งเคยเกิดขึ้นหรือเคยเกิดขึ้นมานานแล้วแต่สังคมไทยไม่เคยที่จะเรียนรู้จากปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีตหรือเปล่า แล้วมีวิธี แก้ไข ป้องกัน อิทธิพลของ Social network คือ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบที่มีคอมพิวเตอร์อย่างน้อยกว่าสองเครื่องเชื่อมต่อกันโดยใช้สื่อ กลาง และสามารถสื่อสารข้อมูลกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันได้ เนื่องจากการใช้งานอินเตอร์เนตที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายมากและการใช้งานอีเมล์ในการรับส่งข้อมูลกันอย่างแพร่หลายเพิ่มมากยิ่งขึ้นทำให้เกิดการสร้างกลุ่มของคนที่สนใจในเรื่องๆเดียวกันได้เริ่มมีการสร้างเวปไซต์ที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะกลุ่มขึ้นมา

_________________________________________________


อ้างอิง  :  http://www.108kaset.com/index.php.html
               http://onmilwaukee.com/myOMC/authors/jeffsherman/facebookbay.html
               https://sites.google.com/site/socialnetworkfc/social-network-khux-xari


วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Week 2 : เรื่องราวที่นักเรียนสนใจ (1)



( วิดิโอจาก : https://www.youtube.com/watch?v=VedVBuZTqZY )

          สวัสดีค่ะมาพบกับทิพย์อีกแล้วนะคะหลังจากห่างหายสายใยรักกันมานาน วันนี้ทิพย์ขอเสนอเป็นเรื่องเบาๆ คลายเครียดกันดีกว่ากับตัวการ์ตูนสมัยวัยเตาะแตะกับ เซซามี สตรีท (Sesame Street) ถือว่าเป็นตัวการ์ตูนที่เก่ายาวนานและยังคงความน่ารักมาจนถึงทุกวันนี้ บางคนอาจจะไม่รู้จักตัวการ์ตูนนี้แต่ในอดีตมันโด่งดังจนถือว่าเป็นการ์ตูนสำหรับเด็กๆ ที่ใช้ในการฝึกภาษาอีกด้วย อันดับแรกขอแนะนำที่มาของการ์ตูนเรื่องนี้ก่อนดีกว่าโน้ะ...
          เซซามี สตรีท เกิดขึ้นจากแนวคิดของโจแอน แกนซ์ คูนีย์ ผู้อำนวยการสร้าง กับลอยด์ มอริซเซต ผู้บริหารมูลนิธิคาร์เนกี โดยได้รับเงินสนับสนุนเบื้องต้นจากมูลนิธิคาร์เนกี, มูลนิธิฟอร์ด และจากรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกา เป็นเงิน 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐก่อตั้งองค์กรชื่อ Children's Television Workshop (CTW) เพื่อผลิตรายการโทรทัศน์สำหรับเด็กก่อนวัยเรียน ปัจจุบันนี้องค์กรนี้ใช้ชื่อว่าเซซามี เวิร์กชอป (Sesame Workshop)
          ตัวละครหลักของเซซามี สตรีท เป็นหุ่นเชิดจากการออกแบบ เชิดและพากย์เสียงของจิม เฮนสัน, แฟรงค์ ออซ และเคอร์มิต เลิฟเช่น เออร์นี, เบิร์ท, โกรเวอร์, บิกเบิร์ด, เอลโม, กบเคอร์มิต
          นับถึงปี 2009 ซึ่งรายการมีอายุครบ 40 ปี รายการนี้ได้รับรางวัลแกรมมีมาแล้ว 8 รางวัล และรางวัลเอมมี 118 รางวัล โดยถูกออกอากาศใน 20 ภาษาจาก 120 ประเทศทั่วโลก จากการสำรวจประเมินว่าเด็กอเมริกันมากกว่า 77 ล้านคนเคยรับชมรายการนี้ โดยการสำรวจในปี 1996 พบว่าเด็กอเมริกันก่อนวัยเรียนถึง 95% เคยรับชมรายการนี้เมื่ออายุได้ 3 ปี


เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาขอแนะนำตัวละครหลักๆ อันแสนจะน่ารักกันก่อนเลย...
      








      




         
          เสน่ห์ของ Sesame Street ก็คือ บรรดาหุ่นขนปุย หัวฟู หน้าตาน่ารักแต่ติ๊งต๊อง ที่พวกเขาจะมีกิจกรรมฮาๆ แต่สอกแทรกสาระทางด้านการเรียนการสอนภาษาอังกฤษได้อย่างไม่น่าเบื่อ เด็กๆทั่วสหรัฐฯโดยเฉพาะเด็กๆที่อพยพมาจากประเทศอื่นมาตั้งรกรากในสหรัฐฯ ต่างเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้อย่างรวดเร็วก็เพราะรายการ Sesame Street นี่แหล่ะ



40 ปีรายการ Sesame Street
          เมื่อครั้งที่ Sesame Street ครบ 40 ปี Harper's Bazaar สหรัฐฯ ฉบับ กันยายน 2009 ช่างภาพ Jason Schmidt ได้ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของบรรดาหุ่นในSesame Street ออกมาได้อย่างมีชีวิต ดูกลมกลืนและมีอารมณ์รับส่งกับบรรดาดีไซเนอร์และนางแบบยามที่ถ่ายภาพร่วมกัน
นิตยสาร Harper's Bazaar สหรัฐฯ กันยายน 2009
ช่างภาพ Jason Schmidt
ดีไซเนอร์ Diane Von Furstenberg
นางแบบ Sessilee Lopez สหรัฐฯ
นายแบบ Big Bird



 ดีไซเนอร์ Vera Wang
นางแบบ Sessilee Lopez สหรัฐฯ
นางแบบ Abby Cadabby



ดีไซเนอร์ Thakoon และ Derek Lam
นางแบบ Sessilee Lopez สหรัฐฯ
นางแบบ Tao Okamoto ญี่ปุ่น
นายแบบ Bert และ Ernie



ดีไซเนอร์ Francisco Costa(Calvin Klein)
นางแบบ Tao Okamoto ญี่ปุ่น
นายแบบ Grover



ดีไซเนอร์ Carolina Herrera
นางแบบ Sessilee Lopez สหรัฐฯ
นายแบบ Elmo



ดีไซเนอร์ Kate และ Laura Mulleavy(Rodarte)
นางแบบ Tao Okamoto ญี่ปุ่น
นายแบบ Cookie Monster



ดีไซเนอร์ Oscar De La Renta
นางแบบ Sessilee Lopez สหรัฐฯ
นายแบบ The Grouch


          ต้องขอกล่าวไว้โดยคร่าวๆ ใครเล็งเห็นถึงความน่ารักของเหล่า Sesame Street ก็เข้าไปติดตามเพจของ Sesame Street ตัวน้อยนี่ได้ที่ http://www.sesamestreet.org/ แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้านะ บ๊ายยยบายยยย



อ้างอิง : http://weiss-knight.blogspot.com/2013/07/week03high-concpet.html
             http://www.oknation.net/blog/supermodels/2009/08/19/entry-2
             http://www.allmylike.com/my-like/english-learning/1101-sesame-street-song-   
             playlist.html#.VXWs2tLtmko

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Week 1 : เทคโนโลยีกับชีวิตประจำวันของนักเรียน

เทคโนโลยีกับชีวิตประจำวันของนักเรียน

( ภาพจาก :  http://www.zoneza.com/view3833.htm )

          ในอดีตมนุษย์สื่อสารกันแบบเผชิญหน้า  แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีอิทธิพลต่างๆ ถ้าจะกล่าวถึงเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันในยุคสมัยนี้  เราไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยว่าเทคโนโลยีไม่มีความจำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิต  เพราะปัจจุบันการที่เราจะบรรยายหรือนำเสนอเรื่องราวต่างๆโดยอาศัยการพูดหรือการเขียนกระดานอย่างเดียวนั้นเป็นเรื่องที่ล้าสมัยและน่าเบื่อเอามากๆเลยล่ะ  
          

          สวัสดีค่ะ หลังจากการกล่าวขึ้นต้นอย่างเป็นทางการสุดๆ กันมาแล้ว ทิพย์ขอเข้าเรื่องแบบมุ่งมั่นทะลุทะลวงด้วยความไวแสง ถ้ากล่าวถึงเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันของนักเรียน สำหรับคนอื่นๆ ก็คงไม่พ้นสังคมออนไลน์ที่ฮิตฮอตปรอทแตกในยุคสมัยนี้ ซึ่งทิพย์ก็เป็นอีกคนที่ขาดแอพพลิเคชั่นยอดฮิตนี่ไม่ได้เลย ว่าแต่แอพพลิเคชั่นที่ว่ามีอะไรบ้างนะ งั้นทิพย์ขอยกตัวอย่าง 5 แอพพลิเคชั่นสุดติ่งที่ขาดไม่ได้ของทิพย์ในช่วงวัยเรียนนี้ แบบระดับขั้นขาดไปโลกสลายใจหายไปในอากาศ...

ตัวแรกขอแนะนำ  LINE  แอพพลิเคชั่นที่เต็มไปด้วยการแชทเม้าท์แตกของสาวๆ มากด้วยสติ๊กเกอร์สุดแบ๊วและอุดมไปด้วยเกมติดชาร์ต ทิพย์คิดว่าเกือบจะทุกคนที่ใช้สมาร์ทโฟนขาดไม่ได้จริงๆ

( ภาพจาก :  http://thanawa.com/contact.html และ  https://creator.line.me/th/ )

ตัวที่สองทิพย์ยกให้  FACEBOOK  แหล่งรวบรวมความเคลื่อนไหวทางสังคม  ทั้งข่าวดาราซุบซิบติดเทรนต่างๆ  สำหรับทิพย์เองขาดไม่ได้จริงๆ ติดมากๆ ขนาดขอแค่เห็นหน้าฟีดข่าวก็ยังดี

 ( ภาพจาก :  http://pngpedia.blogspot.com/2014/08/facebook-logo-like-share-png.html และ https://plus.google.com/110637994436898120578/posts )

ตัวที่สามต้อง  INSTAGRAM  แล้วล่ะ  สำหรับการลงรูป  ติดตามความเคลื่อนไหวผ่านทางรูปภาพ  ซึ่งยังไงมันก็อธิบายทุกอย่างได้ดีพอๆกับคำพูดของเรา  เห้ออออออนักถ่ายภาพและนักเซลฟี่ต้องห้ามพลาด 

 ( ภาพจาก :  http://pasaporti.blogspot.com/2015/05/instagram-logo.html และ http://www.gizmodo.co.uk/2013/08/apps-2/  )

ตัวที่สี่ขอให้กับ  GOOGLE  MAP  บางคนอาจจะใช้น้อยมาก  แต่ทิพย์ว่ามันดีสำหรับนักเที่ยว กิน ช้อป  อย่างพวกสาวๆ  เวลาไปไหนนี่ต้องเปิดต้องดูไม่งั้นหลงทางแน่ๆ  ทิพย์คิดว่ามันช่วยได้ในระดับหนึ่งเลยนะ
      ( ภาพจาก :  http://www.ineedtoknow.org/จีพีเอสนําทาง/ และ http://www.popsci.com/gadgets/article/2010-12/new-google- maps-android-faster-loading-3-d-renderings-and-offline-functionality )

ตัวสุดท้ายและท้ายสุดๆ  ขอมอบตำแหน่งนี้ให้กับ  CAMERA 360  แหม่มันไม่ค่อยฮิตแล้วหรอ  ไม่จริงหรอกสาวๆนักเซลฟี่ต้องหันมาพึ่งกล้องสุดเนียนกริบ  สุดฟรุ้งฟริ้งตัวนี้บ้างล้ะ  แบบถ่ายรอบเดียวเอาอยู่จริงๆ  เอาความสวยมาอยู่บนหน้าทิพย์ได้หมดเลย

 ( ภาพจาก :  https://www.youtube.com/user/Camera360channel และ http://www.vccidata.com.vn/phan-mem-dtdd-37/tai-camera360-ultimate-trinh-sua-anh-dieu-ky-cho-android-60926/  )

          แต่ยังไงแล้วทิพย์ว่าการใช้เทคโนโลยีมาก็เปรียบเหมือนดาบสองคม เพราะถ้าให้ประโยชน์กับเรามากแค่ไหน ในทางกลับกันบางครั้งก็นำโทษมาให้แก่ทุกคนด้วยเช่นกัน การที่เราพึ่งพาเทคโนโลยีมากจนเกินไป ก็ทำให้เกิดผลเสียแก่ตัวเรา เพราะการพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไปจะทำให้คนเราเกิดความเคยชินจากการนำเทคโนโลยีมาใช้อำนวยความสะดวกในชีวิต จนทำให้บางครั้งเราก็ทำอะไรไม่เป็นไม่สามารถคิดอะไรด้วยตนเองได้ และอาจส่งผลให้ในอนาคตพวกเราจะมีความสามารถลดน้อยลง และเทคโนโลยีหรือเครื่องจักรต่างๆ ก็จะมีความสำคัญมากกว่ามนุษย์

( ภาพจาก :  http://rittee1834.blogspot.com/2015/01/blog-post_4.html )

          จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีมีทั้งประโยชน์และโทษ การใช้เทคโนโลยีที่ถูกวิธีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และต้องไม่ใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิดที่จะส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทั้งตนเองและผู้อื่น และในขณะเดียวกันมนุษย์เราก็จะต้องหันกลับมาพึ่งพาตัวเองบ้าง และใช้เทคโนโลยีเฉพาะเท่าที่จำเป็น บางครั้งผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองก็ต้องเข้ามาดูแลเด็ก และให้คำแนะนำแก่เด็กด้วยเพื่อไม่ให้เด็กเหล่านี้เข้าไปเสพสื่อที่ผิดบิดเบือนและผิดศีลธรรม
          ----------------------------------------------------------------------------------------




อ้างอิง  :  http://communcationtechinfo.blogspot.com/2013/03/blog-
                 post_8061.html
                 https://www.facebook.com/PPYSchool/posts/636322489714284
                 http://khemjira1991.blogspot.com/2015/03/blog-post_9.html